Showing 1–12 of 50 results

ไมโครโฟน (Microphone)

‘ไมโครโฟน’ หรือที่เรียกกันสั้นๆ โดยทั่วไปว่า ‘ไมค์’ เป็นอุปกรณ์หลักสำหรับทำหน้าที่ในการรับและบันทึกข้อมูลเสียง แล้วเปลี่ยนคลื่นเสียง (Sound Wave) จากแหล่งกำเนิดเสียง อาทิเช่น เสียงพูด เสียงเครื่องดนตรี เสียงธรรมชาติ ฯลฯ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า เข้าสู่อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำเสียงเหล่านี้มาประมวลผล โดยอาจอยู่ในรูปแบบของการจัดเก็บลงในสื่อบันทึกเสียง เช่น คาสเซตเทป, แผ่นเสียง, ซีดี เป็นต้น หรือในรูปแบบของการขยายสัญญาณเสียง ซึ่งที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ การกระจายเสียงผ่านทางลำโพงนั่นเอง

ประเภทของไมโครโฟน (Microphone)

            โดยทั่วไปแล้วไมโครโฟนจะถูกออกแบบตามลักษณะการใช้งาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การออกแบบไมโครโฟนที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติในการเปลี่ยนพลังเสียงได้ดีตลอดย่านความถี่เสียงซึ่งมีความจำกัด ด้วยเหตุนี้ จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีของไมโครโฟนแต่ละประเภทขึ้นมาเพื่อทำลายข้อจำกัดดังกล่าว รวมถึงตอบสนองการใช้งานที่แตกต่างกัน

ในปัจจุบัน ไมโครโฟนที่ได้รับความนิยมและยังคงมีปรากฏให้เห็นใช้งานกันอย่างแพร่หลายมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท ดังนี้

  1. ไมโครโฟนไดนามิค (Dynamic Microphone)

ลักษณะการทำงานของไมโครโฟนประเภทนี้ คือ การรับสัญญาณคลื่นเสียงที่กระทบกับแผ่นรับเสียง ที่เรียกว่า ‘ไดอะเฟรม’ (Diaphragm) เมื่อแผ่นรับเสียงเกิดการสั่นสะเทือน จะทำให้ขดลวดที่พันอยู่รอบๆ เคลื่อนที่ตัดสนามแม่เหล็ก เกิดเป็นแรงดันไฟฟ้าที่ขดลวด แล้วส่งผ่านมายัง เครื่องขยายเสียง

ในปัจจุบันไมโครโฟนประเภทนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากคุณภาพเสียงมีความใกล้เคียงความเป็นธรรมชาติ และมีความคงทนสูง ใช้งานง่าย เหมาะกับงานแทบทุกประเภท เช่น งานคอนเสิร์ต, งานประชุม-สัมมนา, งานกิจกรรม (Event) ต่างๆ

  1. ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ (Condensor Microphone)

ไมโครโฟนประเภทนี้ออกแบบโดยใช้หลักการเปลี่ยนแปลงค่าความจุตามเสียงที่มากระทบแผ่นฉนวนที่อยู่ระหว่างแผ่นเพลทสองแผ่น และจะต้องใช้ไฟในการเลี้ยงวงจร ซึ่งข้อดีคือ มีความไวในการรับเสียง สามารถตอบสนองย่านความถี่ได้ชัดเจน โดยเฉพาะย่านความถี่ตั้งแต่กลางไปถึงสูง ให้เสียงที่ใสและกังวาน แต่ด้วยคุณสมบัติที่สามารถรับเสียงได้ไว จึงทำให้เกิดเสียงรบกวน (Noise) ได้ง่าย

ดังนั้นแล้ว ไมโครโฟนประเภทนี้จึงนิยมใช้กับการงานในห้องบันทึกเสียง นอกจากนี้ ตัวไดอะแฟรมที่เป็นส่วนประกอบในไมโครโฟนก็สามารถลดขนาดให้มีขนาดที่เล็กมากๆ ซึ่งนำไปประยุกต์เป็น ไมค์ประชุม ไมค์หนีบปกเสื้อ ใช้กับงานได้อีกหลากหลายรูปแบบ

  1. ไมโครโฟนแบบไร้สาย (Wireless Microphone)

ไมโครโฟนแบบไร้สาย หรือ ‘ไมค์ลอย’ ความจริงแล้วก็คือไมโครโฟน 2 ประเภทแรกในข้างต้นนั่นเอง เพียงแต่ถูกเพิ่มวงจรเครื่องส่งสัญญาณคลื่นวิทยุเข้ามาภายในตัวไมโครโฟน เพื่อทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังภาครับและส่งต่อไปยังเครื่องขยายเสียงได้โดยไม่ต้องใช้สายสัญญาณ

การดูแลรักษาไมโครโฟน (Microphone)

  • ไม่ควรเคาะหรือเป่าไมโครโฟน
  • ไม่ควรทำล้มหรือตกเป็นอันขาด
  • ไม่ควรพูดใกล้หรือห่างไมโครโฟนเกินไป โดยระยะความห่างที่แนะนำอยู่ประมาณ 1-4 นิ้ว แต่ถ้าเป็นไมโครโฟนที่มีคุณสมบัติรับเสียงไว ควรห่างประมาณ 6-12 นิ้ว
  • ไม่ควรวางสายไมโครโฟนใกล้กับสายไฟฟ้า เพราะจะทำให้เกิดเสียงรบกวนจากความถี่ไฟฟ้าได้
  • ควรขจัดเสียงรบกวนในบริเวณรอบข้างไมโครโฟน เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี
  • ควรติดตั้งไมโครโฟนให้ห่างจากลำโพง หากมีจำเป็นที่จะต้องอยู่ใกล้กัน ให้หันหน้าลำโพงหนีไม่ให้มาตั้งฉากกับไมโครโฟน
  • ระมัดระวังอย่าให้ไมโครโฟนเปียกน้ำหรือของเหลว
  • ควรเก็บไมโครโฟนใส่กล่องไว้ทุกครั้งหลังจากเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและการกระทบกระเทือน

การเลือกใช้งานไมโครโฟน (Microphone)

ปัจจุบันในท้องตลาดมีไมโครโฟนให้เลือกซื้อหลากหลายราคา ตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักหมื่นบาท  โดยแตกต่างกันที่คุณภาพในการตอบสนองความถี่เสียงและความไวในการรับเสียง หรืออาจจะเลือกโดยพิจารณาจากขนาดและวัสดุของไมโครโฟนให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน อาทิเช่น งานอบรมบรรยาย ที่ต้องการความคล่องตัว ควรเลือกไมโครโฟนไร้สาย หรือไมโครโฟนที่มีน้ำหนักเบา งานบันทึกเสียงควรเลือกไมโครโฟนที่ตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพเสียง หรือถ้าเป็นงานที่ไม่เน้นความสำคัญเรื่องคุณภาพเสียง ก็สามารถเลือกไมโครโฟนที่มีราคาถูกมาใช้งานได้

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกใช้งานไมโครโฟนประเภทไดนามิก ข้อแนะนำคือการพิจารณาถึงขนาดอิมพีแดนซ์ของไมโครโฟน ถ้าจะต้องใช้สายต่อที่มีความยาวมากๆ ควรเลือกใช้ไมโครโฟนที่มีอิมพีแดนซ์ต่ำ เพราะจะสามารถลดสัญญานรบกวนได้ดีกว่าไมโครโฟนอิมพีแดนซ์สูง

ลดราคา!
ลดราคา!
ลดราคา!
ลดราคา!
ลดราคา!
ลดราคา!
฿11,100.00
ลดราคา!
฿11,100.00
ลดราคา!
ลดราคา!
ลดราคา!